Beauty

ทำไมต้องใช้บริการเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

อเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

ข้อดีในการไปทำสวยกับเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

ความสวยความงามเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกที่จะดูแลตัวเองทำให้ตัวเองสวยยิ่งขึ้น ด้วยการดูแลตัวเองเป็นอย่างดีและอีกหนึ่งวิธีคือการทำศัลยกรรม สำหรับในปัจจุบันนี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ใครๆก็ทำกัน เพราะการทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเหมือนในสมัยก่อนสำหรับหลายๆคนในยุคนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ ในการทำศัลยกรรมนั้นก็อาจจะยังมีความกล้ากล้ากลัวอยู่บ้างเพราะเครื่องมือและวิวัฒนาการทางการแพทย์ ในสมัย 10 20 ปีก่อน สำหรับการทำศัลยกรรมในประเทศไทยถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่มีความท้าทาย ทั้งสำหรับทีมแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับตัวเราเอง ซึ่งการทำศัลยกรรมนั้น นอกจากในประเทศไทยเราเองแล้วยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นที่นิยม สำหรับบ้านเราเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือการทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี เพราะจากที่หลายคนเห็นผลลัพธ์ ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมจมูก การศัลยกรรมอื่นๆบนใบหน้า และเป็นที่ฮือฮามากที่สุด ก็คือการศัลยกรรมทั้งตัว ซึ่งสามารถเปลี่ยนคนๆนึงให้กลายเป็น คนใหม่ที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยล่ะดังนั้นการทำศัลยกรรมที่เกาหลีจึงเป็นที่ยอมรับสำหรับคนไทยเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ทำให้ใครหลายๆคนที่กำลังมีแผนจะทำศัลยกรรมก็ปักหมุดเอาไว้ในใจว่า ถ้าหากเราจะทำศัลยกรรม ก็จะบินไปทำที่เกาหลี ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ แต่หลายคนก็ยังชั่งใจ ว่าเราจะไปเองดีหรือว่าจะต้องติดต่อเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี แบบไหนจะดีมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน ซึ่งวันนี้เรามีคำตอบเหล่านี้มาให้ทุกท่านพิจารณากันค่ะ

  • ข้อแรกคือสิ่งที่เราจะต้อง ให้ความสำคัญมากๆนั่นก็คือภาษาเกาหลี ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราไม่ได้ภาษาไม่รู้จักภาษาเกาหลีเราก็ไม่อาจที่จะสื่อสารหรืออาจจะต้องลำบากสักหน่อยในการติดต่อต่างๆเริ่มตั้งแต่ค้นหาโรงพยาบาลทำการจองหรือสอบถามข้อมูลอื่นๆเพื่อพิจารณาแต่ถ้าหากเราใช้เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี แน่นอนว่าข้อนี้เราก็ตัดความกังวลใจไปได้เลยค่ะเพราะในส่วนของเอเจนซี่ศัลยกรรมจะมีล่ามหรือผู้แปลภาษาซึ่งเป็นชาวเกาหลี ขอให้บริการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่ง การทำศัลยกรรมเสร็จสิ้นลง
  • ข้อ 2 ถ้าหากเราบินไปทำศัลยกรรมด้วยตัวเองสิ่งที่เราจะต้องคิดคือหากเราจ้างล่าม ที่เป็นชาวเกาหลี เขาคนนั้นจะเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องการทำศัลยกรรมหรือไม่ประเด็นที่ 2 ก็คือค่าใช้จ่ายในการจ้างล่าม อาจจะต้องเพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 -150,000 วอน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 3,000 ถึง 4,500 บาทต่อวัน ยังไม่นับรวมว่าตั้งแต่วันที่เราเดินทางไปเกาหลีจนกระทั่งทำศัลยกรรมและอยู่พักฟื้นต่อที่เกาหลีนับรวมแล้วไม่รู้จะมากกว่า 1 สัปดาห์หรือไม่ ถ้าหากเป็นอย่างนั้นเราจะต้องบวกลบคูณหารตัวเลข สิ่งเหล่านี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่อาจจะเปลืองมากกว่าการจ้างเอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี โดยตรงค่ะ
  • ในกรณีที่เราใช้เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลีหลายคนอาจจะมองว่าเป็นที่อาจจะมีการคิดค่าล่ามในแพ็คเกจอยู่แล้วแต่สิ่งที่เราจะได้รับก็คือความมั่นใจในเรื่อง การให้ข้อมูล และการบริการที่ถูกต้อง รวมไปถึง เป็นการตัดความยุ่งยากวุ่นวายที่เราจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเองออกไปทั้งหมด ข้อคิดง่ายๆว่าการไปทำศัลยกรรมหลังจากผ่าตัดเราก็จะต้องดูแลตัวเองอยู่แล้วและหากจะต้องมาวุ่นวายเรื่องล่ามเรื่องภาษาอีกเรื่องการจัดการบัญชีการเงินอีกก็คงจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากวุ่นวายไม่น้อยค่ะ
Beauty

แชมพูออร์แกนิคจาก Merry nature ที่ช่วยดูแลเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ

แชมพู & คอนดิชันเนอร์ ออร์แกนิค เกรด premium

ผมเสียฟื้นฟูได้ด้วยแชมพูออร์แกนิค

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะพบเจอกับเรื่องที่น่าปวดหัวอย่างมากที่สุดเลยคือเรื่องของเส้นผมที่ขาดการดูแลทำให้ผมดูไม่สวย ไม่เงางามและไม่เป็นธรรมชาติ เรื่องของเส้นผมนั้นก็ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ หลายๆเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามเลยเรื่องของการดูแลเส้นผม

ในปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์แชมพูออร์แกนิคที่มากมายหลายแบบด้วยกันอยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูออร์แกนิคแบบไหนที่จะรักษาเส้นผมของเราให้กลับมาดูดีและสวยงามเป็นธรรมชาติอย่างมากที่สุด อย่างแชมพูออร์แกนิคนั้นก็จะมีแชมพูที่บำรุงเส้นผมที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากเลย ไม่ว่าจะเป็นแชมพูแก้ผมมัน แชมพูช่วยขจัดรังแค แชมพูที่ใช้สำหรับบำรุงหนังศีรษะ หรือทุกสภาพเส้นผมที่เราต้องเผชิญกับมลภาวะนั้นเราก็สามารถที่จะรักษาเส้นผมให้กลับมามีสุขภาพที่ดีได้ด้วยแชมพูออร์แกนิค

เรื่องของเส้นผมนั้นสำคัญอย่างมากเลยเพราะเส้นผมของคนเรานั้นหากเรามีผมที่สวยงามก็ถือว่าเป็นกำไรให้กับตัวเราเองอย่างมากเลย ไม่ว่าเราจะเดินปล่อยผมหรือมัดผมนั้นหากเส้นผมของเรามีสุขภาพแข็งแรงไม่หลุดร่วงก็จะถือว่าเราเป็นคนที่โชคดีอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมเป็นเรื่องที่เราจะต้องทำการใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษเลยหากกำลังคิดที่อยากจะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์แชมพูที่จะใช้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยเพียงแค่เราหันมาเลือกหันมาลองใช้แชมพูออร์แกนิคดูเพียงเท่านี้ปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้นกับเส้นผมนั้นก็จะหมดไปอย่างง่ายดายเลย

แชมพูออร์แกนิคนั้นหลายๆคนก็จะต้องสงสัยว่าทำมาจากอะไรบอกเลยว่าแชมพูออร์แกนิคส่วนมากจะทำมาจากธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้นด้วยผู้ผลิตนั้นเข้าใจถึงปัญหาที่ลูกค้าประสบพบเจอมาก็เลยคิดค้นทำผลิตภัณฑ์แชมพูออร์แกนิคขึ้นมาเพื่อให้เส้นผมของเรานั้นแข็งแรงไม่ว่าจะเจอกับเรื่องเส้นผมขาดหลุดร่วง เส้นผมมัน หรือแม้กระทั่งคนที่หนังศีรษะเกิดการแพ้ง่ายเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูที่มีสารเคมีมาก ๆก็จะทำให้แพ้และคันหนังศีรษะอย่างมากเลยแบบนี้จะถือว่าเป็นอันตรายต่อหนังศีรษะและเส้นผมอย่างมากที่สุดเลย

แชมพูออร์แกนิคในปัจจุบันนี้ที่มีคนสนใจและเลือกใช้กันอย่างมากเลยจะเป็นแชมพูออร์แกนิคของ Merry Nature ซึงเป็นแชมพูออร์แกนิคที่ไม่ว่าเราจะมีปัญหากับเส้นผมมากมายขนาดไหนก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะการที่เราใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูออร์แกนิคของ Merry Nature นั้นจะแก้ทุกปัญหาเส้นผมให้กลับมาสุขภาพดีได้อีกครั้งนอกจากนี้หากสนใจในผลิตภัณฑ์แชมพูออร์แกนิคสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.merrynature.com เลือกใช้แชมพูตามอาการที่เราเป็นได้เลย

 

 

Beauty

อยากให้หน้าตึงมีสุขภาพดีทำอย่างไร

็Healthy youthful skin

สาวๆในสมัยนี้มักจะรักสวยรักงามกันเป็นพิเศษเนื่องจากว่าเมื่อเราทำงานแล้วในทุกๆวันนั้นตื่นเช้า นอนดึก ทำงาน เวลาพักผ่อนก็น้อยไม่เพียงพอต่อสุขภาพอาจจะทำให้เกิดผลเสียที่ตามมาได้ อย่างเช่นเกิดริ้วรอย ตีนกา  ใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยเพราะว่าการที่เรามีหน้าตารูปร่างที่ดีนั้นก็ถือว่าเป็นกำไรในชีวิตที่มากขึ้นอีกด้วย การยกกระชับใบหน้าจะทำให้หน้าของเราเต่งตึงไม่หย่อนคล้อยและสามารถแต่งหน้าสวยมากขึ้นกว่าตอนที่หน้าหย่อนคล้อยด้วย ใบหน้าที่หย่อนคล้อยทำอะไรก็จะไม่สะดวกมากมายนักเพราะว่าเราก็ต้องมากังวลว่าจะแต่งตัวอย่างไรให้เราดูสวยและเหมาะกับใบหน้า หากเรามีใบหน้าที่หย่อนคล้อยแต่แต่งตัววัยรุ่นก็จะเป็นตัวตลกของคนที่มองเราด้วย การยกกระชับใบหน้านอกจากจะทำให้เราดูสาว สวยและดูเด็กมากขึ้นแล้วเราก็ยังสามารถที่จะแต่งตัวแบบสาวๆได้โดยที่ไม่ต้องกังวลอะไรให้วุ่นวายใจ

แน่นอนว่าการยกกระชับใบหน้านั้นหากเรายกกระชับใบหน้าเพียงอย่างเดียวหน้าของเราก็จะตึงแต่หากลืมยกกระชับส่วนลำคอด้วยละก็งานเข้าแน่ๆหากมีการทำการยกกระชับใบหน้าแน่นอนว่าต้องทำส่วนของลำคอร่วมด้วยเพื่อเวลายกกระชับใบหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นหน้าและคอของเราก็จะดูเด่น ในส่วนนี้เป็นส่วนที่จำเป็นอย่างมากเลยที่ไม่ควรมองข้ามเราควรที่จะให้ความสำคัญกับการยกกระชับใบหน้ามากขึ้นด้วยเพราะมีคุณสมบัติช่วยให้ใบหน้านั้นเต่งตึง ดูดี ไร้รอยเหี่ยวย่นและตีนกาก็ไม่มารบกวน แบบนี้จึงควรที่จะทำทั้งสองอย่าง

การยกกระชับใบหน้านั้นมีหลายแบบให้เลือกทำด้วยกันไม่ว่าจะเป็นยกกระชับใบหน้าด้วยเครื่องนวดหน้า การยกกระชับใบหน้าด้วยน้ำแร่ซึ่งแต่ละแบบมีความแตกต่างกันไปด้วยเรื่องของราคาและผลลัพธ์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการทำการยกกระชับใบหน้าให้ได้ผลเร็วที่สุดมากน้อยเพียงไหนก็ขึ้นอยู่ที่เราเองทั้งนั้น

ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพร่างกาย สุขภาพร่างกายที่ดีนั้นเราจะต้องหมั่นดูแลตัวเองไม่ให้เป็นคนที่อ้วนเพราะถ้าร่างกายเราอ้วนนั้นก็จะเจอแต่เรื่องที่ไม่ดีซึ่งทุกอย่างนั้นเราก็ควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจจึงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

 

 

Finance

เก็บเงินอย่างไรให้มีกำไร

เก็บเงินให้มีกำไร

ในปัจจุบันนี้การเงินเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะว่าการเงินนั้นเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคนควรที่จะใส่ใจอย่างมากเลย การเก็บเงินนั้นสามารถที่จะเก็บได้อย่างง่ายๆเลยเพียงแค่เรารู้จักเก็บออมการเก็บออมนั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญแล้วการเก็บออมอย่างไรให้มีกำไรหล่ะ การเก็บออมที่มีกำไรในตอนนี้ก็ทำได้ง่ายๆเช่นกันเพราะว่าการเก็บออมกับธนาคารนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยที่จะทำให้เรามีกำไร

การฝากเงินกับธนาคารนั้นในปัจจุบันธนาคารมีมากมายหลายแห่งด้วยกันเราจึงต้องหมั่นฝึกฝนรับรู้ว่าสิ่งไหนที่ควรฝากสิ่งไหนที่ไม่ควรฝาก หลายๆสิ่งหลายๆอย่างนั้นเราจะต้องเป็นคนที่รอบรู้ว่าจะเก็บเงินอย่างไรดีเพื่อให้เรามีเงินที่เพิ่มมากขึ้น หลายๆสิ่งหลายๆอย่างนั้นเราจะต้องเป็นคนที่รู้จักเก็บออม ทำงานได้เงินมาก็ต้องเก็บออมยิ่งเก็บออมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น

เงินในปัจจุบันนี้นั้นหายากอย่างมากเลยเพราะว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องเก็บหอมรอมริบ ยิ่งเราเก็บมากขึ้นเท่าไรก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราจะมีเงินมากขึ้นเท่านั้น หลายๆสิ่งหลายๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องของธนาคารที่เราจะฝากเงิน เราต้องคิดและคำนึงถึงว่าเก็บเงินแบบนี้แล้วจะทำให้ชีวิตของเรานั้นดีอย่างไรและจะสบายมากขึ้นในภายภาคหน้าหรือไม่

แน่นอนว่าการเก็บเงินนั้นจะเป็นเรื่องที่ดีเพราะการเก็บเงินหรืออมเงินนั้นจะทำให้ภายในอนาคตนั้นเราไม่ลำบากอย่างแน่นอน ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดเลยที่เราไม่ควรมองข้ามการออมเงิน การออมเงินในปัจจุบันนี้นั้นสามารถที่จะได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมากมายอย่างการฝากเงินกับสลากออมสินก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใครหลายๆคนเลือกที่จะออมเงินกับธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสินนั้นจะมีการออมเงินที่เรียกว่าสลากออมสินอันนี้จะสามารถที่จะลุ้นรางวัลในทุกๆเดือนได้อยู่ที่ว่าเราจะเลือกซื้อสลากออมสินเท่าไหร่บางปีก็มีฝากสลากออมสินพร้อมลุ้นรางวัลพิเศษเช่นรถ บ้านเป็นรางวัลใหญ่เพิ่มเติมไปอีก หลายๆสิ่งหลายๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะไม่มีใครหรอกที่จะอยากไม่ได้ดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มหลายๆคนก็มักที่อยากจะได้เงินเพิ่มด้วยกันทั้งนั้น

การเก็บเงินนั้นก็เป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะว่าการที่เรามีเงินออมนั้นก็เพื่อที่จะนำเงินไปใช้จ่ายในเรื่องที่เกิดประโยชน์ของเราให้ได้อย่างมากที่สุด

การท่องเที่ยว

พาลูกเที่ยวที่ไหนดี? ไม่รู้จะไปไหน ลองไปชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเรียนรู้ธรรมชาติกัน

พาลูกเที่ยวที่ไหนดี

Credit : David Clode / Unsplash

วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที่เหล่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายก็อยากที่จะใช้เวลากับเด็กๆของคุณอย่างเต็มที่ หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่อยากพาลูกไปเที่ยวแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพาไปที่ไหน ไปต่างจังหวัดก็ดูจะไกลเกินไปกลัวจะไม่สะดวกกับลูก ไหนจะต้องลางานอีก

วันนี้เรามีอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวที่จะช่วยเสริมพัฒนาการให้กับเด็กของคุณแถมยังเดินทางง่ายคุณพ่อคุณแม่ไม่เหนื่อยมีแรงกลับไปทำงานต่อ แถมลูกน้อยก็สนุกและยังได้เสริมทักษะการเรียนรู้อีกด้วย สถานที่ที่ว่านี่ก็คือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ อควาเรียมนั่นเอง จะมีที่ไหนที่สวยงามน่าไปบ้างไปติดตามกันเลย

1. SeaLife @Siam Paragon

SeaLife

Credit : amuays

เริ่มด้วยที่แรกที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง กรุงเทพมหานครของเรา อย่างพิพิธภัณฑ์ Bangkok SeaLife Ocean world ที่ตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของ ห้าง Siam Paragon สำหรับใครที่เคยได้แวะเวียนไปยังห้างนี้ก็อาจจะเคยเห็นป้ายกันอยู่บ้าง หรือถ้าใครที่ยังไม่เคยได้ซื้อบัตรเข้าชมจริงๆ ก็ถือโอกาสนี้พาเด็กๆของคุณเข้าไปท่องโลกจากท้องทะเลที่รวบรวมบรรดาสัตว์น้ำน้อยใหญ่ห้คุณได้เห็นกันอย่างชัดๆเต็มตา พร้อมเรียนรู้ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตอย่างใก้ชิด

ราคาค่าเข้าชม

สำหรับผู้ใหญ่ 490 บาท

สำหรับเด็กอายุ 3-11 ปี 350 บาท

2. Underwater World @Pattaya

Underwater World

Credit : Underwater World Pattaya / Facebook

อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชื่อดังของเมืองไทยที่เปิดมานานกว่า 16 ปี แล้ว อควาเรียมแห่งนี้ตั้งอยู่พัทยา ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก หากผู้ปกครองทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพก็สามารถขับรถขึ้นถนนมอเตอร์เวย์เพียงไม่กี่ชม. คุณก็จะได้พบกับอควาเรียมแห่งนี้แล้ว นอกจากอุโมงปลาที่ทำให้เหล่าเด็กๆได้สอดส่องและมองดูสัตว์น้ำได้อย่างเต็มตาแล้ว ภายในก็ยังมีโซนสัตว์เลื้อยคลานให้เด็กๆได้เรียนรู้ และการแสดงน่ารักๆจากนากทะเล และถ้ายังพอมีเวลา คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถพาเด็กๆไปผัสสัมกับน้ำทะเลของจริงที่หาดได้ไม่ไกล ก็จะแวะอาบน้ำทานอาหารทะเลสดๆระหว่างทางก่อนกลับบ้าน ก็น่าจะเป็นทริปครอบครัวที่สนุกไม่น้อยเลย

ราคาค่าเข้าชม

สำหรับผู้ใหญ่ 250 บาท

สำหรับเด็กส่วน (สูงระหว่าง 90-130 ซม) 150 บาท

3. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ @สุพรรณบุรี

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ

Credit : สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ / Facebook

บึงฉวาก เป็นบึงขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 2,700 ไร่ ทั้งสวนสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้าน และ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และแน่นอนว่าสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดกคือ อุโมงปลาฉลามที่กว้างที่สุดในโลก มีปลาฉลามหลากหลายสายพันธุ์ ภายในกว้างขวางแบ่งออกเป็นโซนให้เด็กได้สามารถเรียนรู้สิ่งมีชีวิต และยังมีบ่อจระเข้ให้คุณสามารถยืนดูแบบมองเห็นแบบใกล้ชิด พร้อมการแสดงคนเล่นกับจระเข้

เรียกได้ว่าแค่เดินจนครบก็หมดวันแล้ว แต่ถ้าคุณพ่อแม่พอจะมีเวลาเหลือก็สามารถแวะไปเที่ยวอุทยานมังกรสวรรค์ ไหว้พระวัดป่าเลไลย์ หรือเดินเล่นตลาดสามชุกก่อนกลับบ้านได้เช่นกัน

ราคาค่าเข้าชม

สำหรับผู้ใหญ่ 150 บาท

สำหรับเด็ก 50 บาท

รู้แบบนี้แล้วก็ลองวางแผน One day Trip ของคุณกับลูกๆให้ดีๆ ก่อนจะไปลุยก็อย่าลืมจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีท เป้อุ้ม ชดว่ายน้ำเด็ก หรือรถเข็นสำหรับเด็ก และถ้าไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อสิ่งเหล่านี้ได้จากที่ไหน ที่ Shopee ก็โปรโมชั่น 2.2 Double Double Sale ให้คุณได้เลือกสินค้าหลากหลายทั้งของแม่และเด็ก หรืออุปกรณ์อื่นๆ แถมมีดีลส่วนลดมากมายให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าเก็บไว้สำหรับค่าเทอมและพาลูไปเที่ยวลูกได้อีกด้วย

 

Health

เพิ่มความฟิตแบบฮิตๆ (HIIT)

HIIT

อยากจะลดน้ำหนัก มีหุ่นฟิตๆ มีสุขภาพแข็งแรง แต่ไม่มีเวลา?

มีเวลาออกกำลังกาย ออกไปวิ่ง เต้นแอโรบิก แต่ไขมันก็ไม่ลด สัดส่วนไม่กระดิก?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเกี่ยวกับการออกกำลังกาย คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิตแบบฮิตๆ (HIIT) มาก่อนหรือไม่? หากยังไม่เคยได้ยินหรือได้ยินเพียงผ่านๆ วันนี้ เราลองมาทำความรู้จักกับการออกกำลังกายแนวนี้กัน เผื่อว่า HIIT อาจจะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับการออกกำลังกายของคุณ

HIIT คืออะไร?

HIIT (High Intensity Interval Training) เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่มีความเข้มข้นสูง หลักการ คือ การทำให้อัตราการเต้นของหัวใจดีดขึ้นไปที่ 85-90% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ก่อนที่จะพักให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลงสลับกันไปจนครบรอบ พูดง่ายๆ ว่าเป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาหรือเร็วสลับช้าในช่วงเวลาหนึ่งๆ ส่วนมากเน้นไปที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ โดยจะใช้เวลารวมมากสุดไม่เกิน 30 นาที แต่มีอัตราการเผาผลาญพลังงานเทียบเท่ากับการออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมงเลยทีเดียว HIIT จัดเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Exercise) ประเภทเดียวกับการวิ่งระยะสั้นหรือการออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training)

จุดเด่นของ HIIT คือ จะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันให้เร็วขึ้นถึง 9 เท่า หากเทียบการการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) การออกกำลังกายแบบ HIIT จะสามารถเผาผลาญไขมันได้ดีกว่าถึง 50% และผลพลอยได้ที่ดีที่สุด คือ การที่ร่างกายของเราจะยังคงเผาผลาญไขมันอย่างต่อเนื่องหลังจากออกกำลัง (Afterburn Effect) ซึ่งกระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้นานสูงสุดถึง 24-48 ชั่วโมง เหมือนกับว่านั่งๆ เดินๆ ชิลด์ๆ ร่างกายก็ยังเบิร์นไขมันได้อยู่ ดังนั้น HIIT จึงถือได้ว่าเป็นทางลัดในการรีดไขมัน เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่อยากเผาผลาญไขมันโดยเฉพาะส่วนเกินบริเวณหน้าท้องให้ได้มากที่สุดในเวลาน้อยที่สุด

ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบ HIIT

  • ทางเลือกการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้เวลาน้อย เผาผลาญได้มาก เห็นผลในเรื่องของน้ำหนักตัว
  • เพิ่มความอึดและความแข็งแกร่งของร่างกาย
  • กระตุ้นระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้น
  • ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใดๆ ยกเว้นร่างกายของเราเอง
  • ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด ลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต
  • ทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น จึงช่วยต่อสู้กับโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • กระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโต หรือเรียกว่า “น้ำพุแห่งความหนุ่มสาว” จึงช่วยชะลอวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ยังเผาผลาญไขมันได้แม้ว่าจะหยุดออกกำลังกายแล้ว
  • น้ำหนักลด แต่ไม่กระทบมวลกล้ามเนื้อ ไม่เหี่ยว ไม่หย่อนคล้อย แถมยังช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายแบบ HIIT ไม่เพียงต้องอาศัยร่างกายที่อึด ถึก ทนเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยพลังใจในการต่อสู้กับความท้อ ความเหนื่อยของตนเอง ซึ่งเคล็ดลับในการลดน้ำหนักและเพิ่มความฟิตให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คือ การตั้งเป้าหมาย อดทน และมีวินัย รวมถึงการควบคุมในเรื่องของอาหารการกิน การพักผ่อนให้เพียงพอ

หากคุณกำลังคิดว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT เป็นที่เรื่องยาก หรือ คุณกำลังเบื่อการออกกำลังกายรูปแบบเดิมๆ อยู่ละก็ เราขอนำเสนอคลาสออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิตแบบฮิตๆ (HIIT)

แบบผสมผสานที่มีให้คุณเลือกอย่างหลากหลาย โดยจะเน้นไปที่การใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน ร่วมกับอุปกรณ์สนับสนุนการฝึกที่ครบครัน ได้มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยพัฒนาร่างกายของคุณให้แข็งแรงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ท้าทายประสบการณ์ออกกำลังกายของคุณให้ไปถึงขีดสุดภายในระยะเวลาสั้นๆ พร้อมช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหวและความสมดุล ควบคุมโดยเทรนเนอร์ระดับมืออาชีพที่จะช่วยดูแลระดับความเข้มข้นของการฝึกตามพื้นฐานและประสบการณ์การของคุณ พร้อมช่วยสร้างแรงบันดาลใจเพื่อผลักดันให้คุณก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับความอึดและความแข็งแกร่ง  ลดน้ำหนัก เพิ่มอัตราการเผาผลาญ หรือสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ คุณยังจะได้เรียนรู้พื้นฐานและเทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ปลอดภัยซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ ได้

*ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกหรือข้อต่อ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายแบบ HIIT เพื่อความปลอดภัย

 

Business

เทรนด์การตลาด ที่จะทำให้การตลาดออนไลน์ของคุณสำเร็จ

Trends

เรื่องการตลาดออนไลน์ เป็นเรื่องที่คุณต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะว่า โลกออนไลน์นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คุณจึงควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทันความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงเทรนด์ของโลกออนไลน์ที่ทำให้การตลาดออนไลน์สำเร็จกัน

-ยุคนี้คือ โลกแห่งมือถืออย่างแท้จริง ในปัจจุบันนี้การเข้าชมสื่อโซเชียลต่างๆ ผ่านมือถือเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก อย่างเช่นในปี2559 มีการเข้า Google (กูเกิล) ทางมือถือกว่า 50% และเพิ่มขึ้นเป็น 60%ในปี 2560 และการเข้าดูของ Facebook เพิ่มขึ้นจาก 78 เป็น 87% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าผู้ใช้มือถือเข้าดูสื่อออนไลน์ต่างๆมีมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการทำการตลาดออนไลน์ยังมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้เรื่อยๆ เพราะความนิยมในการเล่นมือถือ และอ่านข่าวต่างๆผ่านสื่อออนไลน์ในมือถือมีมากยิ่งขึ้น

-ทราฟฟิกของฟสบุคอาจลดลงบ้างเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ แต่ทราฟฟิกของ Google นั้นมีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะยิ่งมีกระแสข่าวที่คนให้ความสนใจ การค้นหาบน Google ก็จะยิ่งมีมากขึ้น ส่วนการลดลงของทราฟฟิกในเฟสบุคั้นแสดงว่า ลูกค้าส่วนหนึ่งอาจไม่ค่อยได้ติดตามดูบนเฟสบุค ซึ่งอาจเป็นการตลาดที่ใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าการค้นหาแบบตรงๆน ผ่าน Google นั้นจะได้รับความนิยมมากกว่า เพราะฉะนั้นหลายคนจึงหันมาให้ความสำคัญกับการทำ SEO หรือ Google Adwords

-คอนเทนต์แบบบทความก็สำคัญ คอนเทนต์แบบวิดีโอก็ขาดไม่ได้ ในบางครั้งการอ่านบทความอาจทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจหรือมองไม่เห็นภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบอกขั้นตอนในการทำสิ่งต่างๆ หรือแม้กระทั่งการบอกเล่าเรื่องราวที่ไปเจอมา เหมือนกับวาการสร้างคอนเทนต์แบบวิดีโอนั้นทำให้มองเห็นภาพและเข้าใจได้มากกว่าการอ่านด้วย เพราะฉะนั้นจึงควรนำกลยุทธ์ด้านนี้มาปรับให้เข้ากับสินค้าของเรา รับรองเลยว่าใครๆก็อยากซื้อแน่นอน

สร้างการมีส่วนร่วมในตัวสินค้าระหว่างผู้ชายและลูกค้าเอง มีผลการวิจัยกล่าวว่า ครึ่งหนึ่งของคนที่เข้ามาเว็บไซต์นั้นไม่ค่อยได้อ่านบทความ และใช้เวลาไม่ถึง 15 วินาทีบนเว็บ แต่ถ้าเป็นคนอ่านหน้าใหม่จะยิ่งเข้ามาอ่านนานขึ้น นั่นหมายความวาเขามีโอกาสดูเพจอื่นๆในเว็บของเราด้วย นั่นทำให้มั่นใจได้ว่าเขาจะเห็นโฆษณาบนเฟสบุคของเรามากยิ่งขึ้น ทำให้สินค้าของเรามีแนวโน้มขายได้มากกว่า

และนี่คือเทรนด์การตลาดใหม่ๆ ที่คุณควรเรียนรู้ เพื่อมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณให้ดียิ่งขึ้น และรองรับความต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น

Blog

7 เรื่องของ “ซุปเปอร์แมน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Superman

ซุปเปอร์แมน ปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูน “Action Comics #1” วางจำหน่ายในเดือนมิถุยายน ปี ค.ศ.1938 มักถูกเรียกว่า ”Man of Steel” เพราะมีพลังป้องกันสูง และสัญลักษณ์ตัว “S” กลางหน้าอกและชื่อของซุปเปอร์แมนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวํฒนธรรมในสหรัฐอเมริกาไปแล้ว โดยทั้งตัวละครและสัญลักษณ์ “S” มักจะปรากฏอยู่ใน เสื้อผ้า , อยู่ในคำพูด , อยู่ในเพลง , อยู่ในสินค้าและอื่นๆอีกมากมาย

ในบทความนี้เราได้รวมเรื่องราวอันน่าสนใจแต่เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่เคยรู้มาก่อนให้ท่านทั้งหลายได้อ่านกัน

1.ต้นฉบับของซุปเปอร์แมนมีมูลค่า 130 ดอลลาร์เท่านั้น เป็นตัวละครที่เกิดจากไอเดียของนักศึกษาสองคนชื่อว่า Jerry Siegel และ Joe Shuster พวกเขาขายลิขสิทธิ์ให้กับสำนักพิมพ์ “DC Comics” โดยที่ทั้งตัวผู้ขายและตัวผู้ซื้อเองก็ไม่เคยคิดว่า ซุปเปอร์แมนจะกลายเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ฮีโร่ที่โด่งดังที่สุดจนทุกวันนี้ และเคยมีการเอาเช็คที่ทางสำนักพิมพ์ “DC Comics” เคยใช้ในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับนักศึกษาทั้งสองคนนั้นเอาไปประมูลขายได้ในราคา 160,000 ดอลล่าร์

2.สัญลักษณ์รูปตัวอักษร “S” ที่ติดอยู่บนกลางหน้าอกของชุดที่ซุปเปอร์แมนใส่ มันไม่ได้เป็นตัวย่อของคำว่า “Superman” แต่อย่างใด แต่มันหมายถึง “ความหวัง” และ “ฮีโร่” และเมื่อเอาสัญลักษณ์กลับหัวจะมีความหมายถึง “การคืนชีพ” อีกด้วย

3.ในช่วงแรกนั้นซุปเปอร์แมนบินไม่ได้แต่สามารถกระโดดได้เป็นระยะทางไกลเพราะว่าโลกมีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าบนดาวคริปตัน ภายหลังจึงได้มีการเปลี่ยนไปเป็นให้เขามีความสามารถในการเหาะได้ไปเลย

4.การ์ตูนเรื่อง “Superman”  ถูกเซ็นเซอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประเทศสหรัฐอเมริกากำลังมีการทดลองการใช้อาวุธนิวเคลียร์กันอย่างลับๆ และก็มีการ์ตูนอยู่หนึ่ง ตอนที่ “เล็กซ์ ลูเธอร์” พยายามจะจัดการกับซุปเปอร์แมนโดยใช้อาวุธร้ายแรงที่มีชื่อว่า “Atomic Bomb” ทำให้รัฐบาลสั่งให้มีการยืดระยะเวลาในการตีพิมพ์เนื้อเรื่องในส่วนนี้ออกไประยะหนึ่ง

5.คำสาปซุปเปอร์แมน มีคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการทำภาพยนต์ซุปเปอร์แมนต้องเจอกับเรื่องร้ายแรง เช่น จอร์จ รีฟส์ ดาราชายที่เคยแสดงเป็นซุปเปอร์แมนฆ่าตัวตาย , คริสโตเฟอร์ รีฟ ซึ่งเคยรับบทซุปเปอร์แมนก็ตกจากหลังม้าจนเป็นอัมพาต , ส่วนเด็กน้อยที่เคยแสดงเป็นซุปเปอร์แมนตอนเด็ก ในภาพยนต์ของปี ค.ศ.1978 ก็เสียชีวิตตอนอายุ 14 ปี นอกนั้นยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคนที่เดือดร้อนเพราะคำสาปนี้

6.ในฉบับการ์ตูนนั้นซุปเปอร์แมนตายไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็มีการคืนชีพหรือมีการเขียนเนื้อเรื่องขึ้นมาใหม่ไปเรื่อยๆ แล้วแต่ว่าตัวนักเขียนอยากจะเขียนเนื้อเรื่องอะไรออกมา โดยสาเหตุการตายที่โด่งดังที่สุดมาจากหนังสือการตูนเรื่อง “The Death of Superman” เขาตายเพราะต่อสู้กับ “Doomday” จนตายกันทั้งคู่

แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังมีเนื้อเรื่องส่วนที่เขาจำเป็นต้องฆ่า “มิสซ์ทอล์ค” จนเป็นสาเหตุทำให้ “เบรนิแอค” ลงมือฆ่า “จิมมี่ โอล” เซ่นและ “ลาน่า แลงค์” ทำให้ซุปเปอร์แมนฆ่าตัวตายด้วยการเดินเข้าไปในห้องที่มีคริปโตไนต์สีทอง

7.ในตอนแรกนั้นตัวละครซุปเปอร์แมนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นผู้ร้ายและไม่ได้มีหน้าตาเหมือนในปัจจุบัน โดยนักศึกษาทั้งสองคนที่เป็นคนให้กำเนิดตัวละครซุปเปอร์แมน ได้ออกแบบให้ตัวละครนี้เป็นผู้ชายหัวล้านที่มีเป้าหมายจะยึดครองโลก เนื้อเรื่องคือมีผู้ชายคนนึงที่ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน เขาถูกนักเคมีคนหนึ่งชักชวนให้ไปเป็นหนูทดลองยาเพิ่มพลังพิเศษ หลังจากที่กินยาเข้าไปแล้วเขาก็ได้รับความสามารถมากมายจากยานี้

ในขณะเดียวกันเขาก็ถูกครอบงำจากการได้รับพลังอันยิ่งใหญ่นี้ และฆ่านักเคมีตายจากนั้นจึงมีแผนจะยึดครองโลก ต่อมาเขาจึงได้รู้ว่ายาออกฤทธิ์ได้ชั่วคราว และเขาก็กลับไปเป็นคนธรรมดาเช่นเดิม

แต่หลังจากนั้นไม่นานนักศึกษาทั้งสองคนก็เปลี่ยนใจไม่ใช้เนื้อเรื่องนี้ และเปลี่ยนซุปเปอร์แมนให้กลายเป็นตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ ซึ่งพวกเขาก็คิดได้ถูกแล้วล่ะ

การศึกษา

กฎเหล็ก 3 ประการเพื่อพิชิตคะแนน IELTS ตามที่หวัง

กฎเหล็ก 3 ประการเพื่อพิชิตคะแนน IELTS ตามที่หวัง

IELTS หรือ International English Language Testing System เป็นการทำข้อสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ ประกอบด้วย ทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน เมื่อเราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “ทักษะ”  แน่นอนว่าไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้เพียงแค่การฝึกฝนที่ใช้เวลาสั้นๆ แต่ต้องมาจากการ ใช้ในชีวิตประจำวันซ้ำๆ และค่อยๆพัฒนาขึ้นดังนั้นการที่จะสอบ IELTS เพื่อให้ได้คะแนนตามที่หวังจึงต้องยึดกฎเหล็ก 3 ประการ

เริ่มจาก กฎขอแรก  ฝึกฝนทุกวัน  ไม่เฉพาะการท่องคำศัพท์และไวยากรณ์แต่รวมถึงการนำภาษาอังกฤษมาใช้ในชีวิตประจำวัน ฝึกฝนการสื่อสารภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด ถ้าเป็นไปได้ควรฝึกฝนทุกวัน จะทำให้พัฒนาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น  อาจเริ่มจากการ ฟังภาษาอังกฤษหลากหลายสำเนียง  การพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อน อย่างไรก็ตามควรเริ่มจากการอ่านหรือฟังสิ่งที่สนใจ เช่น เพลง หรือ ภาพยนตร์ จะทำให้ได้รับความสนุกมากขึ้นและไม่เบื่อ และต่อด้วยการเขียนบทความด้วยการใช้คำศัพท์ใหม่ๆ หรือไวยากรณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น

กฎข้อที่สอง  พัฒนาทักษะการอ่านและเขียน  เริ่มจากการอ่านเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ เช่น นิทานเด็กหรือบทความง่ายๆ ทั้งนี้ คุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และโครงสร้างไวยากรณ์ที่ไม่ซับซ้อนหรือยากจนเกินไป และพัฒนาไปอ่านหนังสือพิมพ์ ที่เป็นภาษาอังกฤษ ดูข่าวช่องบีบีซีหรือ CNN news ทุกวัน จะค่อยๆรู้จักการใช้คำศัพท์ขั้นสูง รวมถึงการใช้สำนวนต่างๆ ที่เข้าใจยาก  ได้ดีขึ้น เมื่อคุ้นเคยดีแล้วก็พัฒนาไปสู่การอ่านหนังสือสารคดี หรือ หนังสือที่เดี่ยวกับเรื่องราวในศาสตร์เฉพาะด้าน

กฎข้อที่สาม หาเทคนิคในการจำคำศัพท์และหลักไวยากรณ์  ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในการสอบ IELTS โดยเฉพาะการพูดและการเขียน ที่สำคัญการใช้คำศัพท์ที่สละสลวยมากขึ้น รวมถึงการใช้หลักไวยากรณ์ที่มีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จะทำให้สามารถทำคะแนนได้ดี คุณอาจใช้เทคนิคการจดคำศัพท์และความหมายลงในสมุดโน้ต  เขียนประโยคตัวอย่างลงไปด้วย เพราะจะทำให้คุณเข้าใจสถานการณ์ในการใช้คำศัพท์นั้นๆ อย่างถูกต้อง   ในระยะยาวจะทำให้คุณมีคลังคำศัพท์มากขึ้น และมันจะทำให้คุณรู้วิธีการผสมคำศัพท์และการใช้โครงสร้างประโยคที่เหมาะกับคำ ศัพท์นั้นๆ จากนั้นก็แค่หมั่นทบทวนคำศัพท์และไวยากรณ์ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ

ปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่เป็นตัวช่วยที่ดีในการพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณใกล้ตัวที่สุดคือสมาร์ทโฟน และ อินเทอร์เนต  หากคุณมีเป้าหมายในการพิชิตการสอบ IELTS ก็ควรเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ด้วยการฝึกฝนวันละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หากทำอย่างสม่ำเสมอ จะส่งผลให้ทักษะการใช้ภาษาของคุณดีขึ้นอย่างแน่นอนและจะส่งผลให้คะแนน IELTS ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ ขอให้ตั้งใจจริงความสำเร็จไม่ไกลเกินไปแน่นอน

เศรษฐกิจ

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2018

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2018

ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันนี้ตลาดรถยนต์ได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยการตื่นเต้นที่แวะเวียนเข้ามาในตลอดอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องน้ำมัน รถที่แพงที่สุด รถที่ถูกที่สุด หรือรถที่กำลังเป็นนิยมและเป็นกระแสรวมไปถึงการแข่งขันรูปแบบต่างๆและการพัฒนาศักยภาพให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้จริงอยู่เสมอ เช่นเดียวกับปี 2018 นี้ที่ตลาดรถยนต์ไทยยังเต็มไปด้วยความน่าสนใจและมีอะไรใหม่ๆมาให้ผู้ใช้งานได้เลือกสรรรวมไปถึงการตื่นตัวของแต่ละบริษัท ที่ต้องบอกเลยว่าในปีนี้การแข่งขันสูงจริงๆ

ในปีนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นปีแห่งรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ในเมืองไทยจะมีผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ได้ผลิตออกมาสร้างความตื่นเต้นและแปลกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานอย่างมาก เนื่องจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายได้ดี ลดค่าน้ำมันได้มาก อีกทั้งยังสามารถที่จะใช้งานได้จริง เพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่สามารถที่จะทดแทนรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงได้เนื่องจากไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ในเรื่องของแบตเตอรี่และการเดินทางระยะไกล แต่เชื่อว่าในปีนี้รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถจูงใจให้คนส่วนใหญ่หันมาใช้งานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตได้มีการพัฒนาในเรื่องของแบตเตอรี่ รวมไปถึงตอบโจทย์คนที่ต้องการประหยัดค่าใช้งานอีกทั้งยังรถยนต์ไฟฟ้ายังสามารถลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2018

นอกจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้ว รถยนต์กึ่งอัตโนมัติก็กำลังมาแรงเช่นเดียวกันในตลาดรถยนต์ประเทศไทย สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ทุกวันนี้ผู้ผลิตส่วนใหญ่หันมาทำแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติกันหมดแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกเลยว่าในเมืองไทยคงจะต้องรอกันไม่ก่อน เพราะสภาพท้องถนนที่ไม่พร้อมอีกทั้งกฎหมายไม่รองรับอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปีนี้เราคงจะได้เห็นอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับรถยนต์กึ่งอัตโนมัติกันมากยิ่งขึ้น

สำหรับการตลาดรถยนต์ในเมืองไทยปีนี้ ต้องบอกเลยว่ายอดขายอาจจะไม่บูมหรือมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ใช่แค่เพียงในไทยเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงตลาดรถยนต์ของสหรัฐอเมริกา ที่ยอดขายรถยนต์ในปี 2017 ติดลบอย่างหนัก ซึ่งสาเหตุของการที่ยอดขายลดลงนั้น ก็มาจากส่วนใหญ่การซื้อรถยนต์แบบปล่อยเช่า รวมไปถึงการหันไปซื้อรถยนต์มือสองกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ส่งผลให้คนในปัจจุบันซื้อรถน้อยลง เป็นการพัฒนาคุณภาพของชีวิตประชาชนให้ดียิ่งขึ้นผ่านระบบการขนส่งมวลชน ทั้งนี้ถ้าหากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อว่ายอดขายรถยนต์อาจจะเติบโตขึ้นได้อีกแน่นอน เรียกได้ว่าปีนี้ตลาดรถยนต์ของไทยมีอะไรที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียว